ทำไมยุคนี้ต้อง Customize

Last updated: Jul 20, 2020  |  158 จำนวนผู้เข้าชม  |  บล็อก

ทำไมยุคนี้ต้อง Customize

เมื่ออัตตามีความสำคัญ การแสดงตัวตนนั้นจึงบังเกิด... เครียดไปใช่มั้ย เอาใหม่ก็ได้ เราทุกคนมักชื่นชอบเวลาได้แสดงความเป็นตัวของตัวเอง ไม่ว่าจะผ่านทางพฤติกรรม หรือสิ่งของต่างๆ เพื่อบ่งบอกว่าเราไม่ซ้ำใครนะ ในเรื่องการซื้อของเราก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีงานวิจัยจากเฟลชแมนฮิลลาร์ด เอเจนซี่ประชาสัมพันธ์และดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง เปิดเผยผลสำรวจด้านความเชื่อ ทัศนคติ และมุมมองต่อสังคม ที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตและการบริโภคของคนในยุคมิลเลนเนียล 4.0 หรือวัยรุ่นวัยทำงานในยุคนี้ ได้นิยามออกมาว่า แม้เงินจะสำคัญ แต่ความสุขในตัวเอง ความชัดเจนและ ความต้องการของตัวเองนั้นสำคัญกว่า คนยุคใหม่ 79% จึงให้ความสำคัญกับสินค้าและบริการแบบ "Personalized หรือ การ Customize นั่นเอง
เรามาดูกันดีกว่าว่าเหตุผลหลักๆ ของความต้องการนี้มีอะไรบ้าง


1 : เพื่อแสดงออกถึงตัวตนให้โลกรู้
100 คนเดินมามีกี่คนที่เหมือนกันเป๊ะ คำตอบคือไม่มี แม้กระทั่งฝาแฝดก็ไม่เหมือนกัน 100% ยิ่งต้องปะปนกันมาก ยิ่งต้องแตกต่างเพื่อการจดจำ เราไม่ได้แต่งตัวหรือเป็นตัวเองเพื่อให้ตัวเราชอบเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะเราอยากให้คนอื่นรับรู้ด้วยว่าเราเป็นคนแบบนี้นะ คิดแบบนี้นะ รสนิยมประมาณนี้นะ หรือแม้กระทั่งการแสดงออกทางการเมืองและสังคมช่วงปีที่ผ่านมานี้ เราเห็นการสกรีนเสื้อเป็นคำต่างๆ ทั้งคำคะนอง จิกกัด ชวนให้คนที่ได้มองอมยิ้มเวลาเห็น ลึกๆแล้วคนใส่ก็หวังให้เป็นแบบนั้นนั่นแหละ ให้คนเห็นได้รับรู้ว่าวันนี้เราลุคไหนอารมณ์ไหน ที่ทราบเรื่องนี้ดีเพราะผู้เขียนก็เป็นคนนึงที่ใส่บ่อยเลยล่ะ


2 : เพื่อให้รู้ว่า "มีเจ้าของแล้วจ้า"
เคยรอกระเป๋าตรงสายพานสนามบินมั้ยคะ? เคยเห็นกระเป๋าที่คล้ายกับของเรามากเหมือนซื้อมาพร้อมกันมั้ยคะ บางทีหยิบมาผิดใบกว่าจะรู้ตัวก็คือใช้พลังทั้งหมดยกของคนอื่นลงมาวางกับพื้นแล้ว เสียทั้งแรงทั้งอารมณ์ ด้วยเหตุนี้การ Customize สายห้อยสายรัดต่างๆที่สกรีนชื่อเราจึงฮอตฮิตมาก แล้วมันก็เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของที่ดูมีลูกเล่น ไม่เยอะไปไม่น้อยไปแถมยังแอบรู้ด้วยว่าฟ้อนต์แบบไหนเป็นของแบรนด์อะไร มันก็เพิ่มคาแรคเตอร์ของผู้ใช้ไปในตัว การ Customize เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของไม่ได้ถูกทำในแง่สินค้าเท่านั้น สินค้าคู่รักก็น่าสนใจ๊(เสียงสูง) เป็นของที่ชวนให้คนมองหมั่นไส้ แต่ก็บ่งบอกเจตนารมย์ได้เป็นอย่างดีว่า “มีเจ้าของแล้วค่ะ” น่าเบะปากจริงๆเล้ย


3 : เพิ่มความพิเศษให้เป็นมากกว่าของขวัญ
เคยดีใจเวลาได้การ์ดที่เขียนด้วยมือมากกว่าการ์ดสำเร็จรูปมั้ยคะ เราไม่ได้ดีใจเพราะได้การ์ดแต่เราดีใจที่ได้ใจ กว่าจะหยิบมาคิดคำ เขียนลงไปเรารู้ว่ามันต้องผ่านการนึกถึงกันมาก่อน มันเลยเกิดเป็นความรู้สึกที่มากกว่าการ์ดธรรมดา ยิ่งกับคนที่เราต้องการแสดงความรู้สึกแบบพิเศษ เรายิ่งต้องการให้เขาจดจำเราได้มากกว่าคนอื่น การทำของ Customize ถือเป็นวิธียอดฮิตที่เราจะนึกถึงเสมอเมื่อต้องให้ของขวัญซักชิ้น และถ้าแอบทำเป็นชื่อคู่หรือสัญลักษณ์คู่นะ หยิบมาใช้ทีไรเขาก็จะนึกถึงเราตลอด มันก็พิเศษดีไม่หยอกใช่มั้ยล่ะ


4 : เพื่อเติมเต็มความพึงพอใจที่หายไป
ในทางจิตวิทยาแล้ว นี่คือความสุขของมนุษย์จากการได้ใช้อำนาจควบคุมสิ่งต่างๆ หรือ Desire for Control ไปตามที่ใจปรารถนา เช่น อยากได้กระเป๋าสีนี้ หนังแบบนี้ ปักชื่อตรงนี้ แต่เอาโบว์ออกเพราะไม่เข้ากับตัวเอง อยากได้สายสั้นเพราะยาวแล้วเกะกะไม่เหมาะกับชีวิตประจำวัน แต่แบรนด์นั้นมีสีที่ชอบแต่ไม่มีหนังที่ใช่ ดังนั้นการ Customize จึงเป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ที่สามารถทำได้แบบที่ต้องการแทบทุกจุด หิ้วไปวางที่ไหนก็สวยอย่างที่ใจคิดไว้

เพราะเราไม่เหมือนกันมันเลยน่าสนใจ แม้ว่าสุดท้ายปัจจัย4 ในการดำรงชีวิตจะเหมือนกัน แต่เราก็ขอมีรายละเอียดต่างกับคนอื่นบ้างก็ยังดี หัวใจการ Customize มันไม่ใช่แค่ตัวสินค้าที่ออกมา แต่มันเริ่มตั้งแต่การที่เรานึกถึงอะไรบางอย่าง เลยอยากส่งต่อให้คนอื่นได้รับรู้ด้วย มันอาจจะไม่ใช่ของแพงหรือหรูที่สุด แต่เป็นของที่อิ่มใจทั้งผู้ให้และผู้รับไม่แพ้กันแน่นอน

อ้างอิง : แบบสำรวจ “มิลเลนเนียลไทย: ความเชื่อ ทัศนคติ และมุมมองต่อสังคม” โดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการทำวิจัยศึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับอินไซต์ของตลาดและผู้บริโภค เฟลชแมนฮิลลาร์ด ประเทศไทย

TAGS : #customize #ออกแบบlifestyleด้วยตัวคุณเอง
ABOUT THE AUTHOR
Ratchanan K.